สถิติ
เปิดเมื่อ6/07/2012
อัพเดท26/09/2018
ผู้เข้าชม11912
แสดงหน้า26135
ปฎิทิน
October 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   

ผ้าม่านสวย

อ่าน 37 | ตอบ 0

การจะเพิ่มมิติของห้องของคุณให้ดูสวยงามด้วยผ้าม่านทำอย่างไร?

ศิลปะการออกแบบและตกแต่งหน้าต่างและผ้าม่านเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญเพราะเป็นศิลปะที่เราต้องอยู่ด้วยยาวนานและเห็นทุกวัน ศิลปะในการตกแต่งหน้าต่างที่ดีควรจะมีเอกลักษ์และดูมีความเป็นจริง มีชีวิตที่สัมผัสได้ไม่ใช้แค่รูปถ่าย ดังนั้นการเสริมคุณสมบัติพื้นผิว (texture)ให้กับหน้าต่างบ้านของเรานั้นเป็นการที่เพิ่มมิติให้กับบ้านของเราให้ดูมีคุณภาพสวยหรู (elegant) การจะนำดีไซน์ที่เพิ่มมิติ (dimensional design)ที่ดีควรคำนึงถึงประสงค์และการใช้งานของมิตินั้น อย่างเช่นผ้าที่นำมาใช้ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ไม่ใช้แค่ต้องดูสวยมีเสน่อย่างเดียวแต่ก็ต้องรู้สึกสบายต่อการสัมผัส โดยเฉพาะผ้าโซฟาหรือเก้าอี้ที่เราใช้นั่งทุกวัน การมีคุณสมบัติสามมิตินั้นทำให้งานศิลปะดูมีชีวิตชีวา เพราะมนุษย์เรามีประสาทสัมผัสถึงห้าอย่าง การตกแต่งที่ดีจริงควรที่จะนำความสุขให้กับเราในจำนวนประสาทสัมผัสที่มากที่สุด

 

อย่างเช่นเนื้อ (texture) ผ้าโซฟาที่ดีนอกจากทำให้โซฟาดูสวยแล้วยังรู้สึกนุ่มสบายต่อการนั่งอีก การตกแต่งหน้าต่างห้องของคุณก็เป็นงานศิลปะชนิดหนึ่ง นอกจากตกแต่งให้ดูสวยสะอาดแล้วยังควรแต่งให้ดูมีชีวิตและสร้างบรรยากาศการอยู่สบายกับเรา อย่างเช่นการเลือกใช้ผ้าม่านโปร่งในห้องนอนหรือห้องรับแขก ผ้าโปร่งเป็นสิ่งหนึ่งที่เข้าได้ดีกับหลายสไตล์ของการตกแต่งและยังเสริมคุณสมบัติสามมิติอีกเพราะเพิ่มจำนวนชั้น(layer)ให้กับหน้าต่างของบ้าน ม่านโปร่งจะมอบความละเอียดอ่อน (delicate) ให้กับความรู้สึกของห้อง ทำให้รูปห้องดูอ่อนโยนนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผ้าม่านที่มีผ้าโปร่งมักจะดูหรูเลิศสง่างามกว่าผ้าม่านชั้นเดียว และถ้าเพิ่มม่านหลุยส์ไปอีกชั้นจะทำให้หน้าต่างดูยิ่งสวยอลังการเข้าไปอีกเพราะเพิ่มlayerไปอีกหนึ่งชั้น การเพิ่มจำนวนชั้นlayerของการตกแต่งจะเป็นการเพิ่มความสวยหรูให้กับหน้าต่างห้อง เหมือนการนำผ้าคลุมเตียงสวยๆมาคลุมผ้าปูที่นอนก็เป็นวิธีหนึ่งที่เพิ่มlayerและมิติในการตกแต่งเตียงในห้องนอน นอกจากการตกแต่งบ้านแล้วการเพิ่ม “ชั้น” ในศิลปะก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะทำให้ผลงานนั้นดูมีมิติสีสรรค์มากขึ้น อย่างเช่นการแต่งเรื่องเล่าดีๆควรที่จะมีความซับซ้อนเสริมเข้ามาอีกชั้นเพื่อให้เนื้อเรื่องสนุกน่าติดตาม การแต่งเพลงที่ดีก็ควรที่จะมีทำนองเพลงมากกว่าหนึ่งชั้นเพื่อให้เสียงเพลงเพราะและน่าฟัง เป็นต้น

สไตล์การออกแบบงานศิลปะที่เพิ่มlayerและมิตินั้นจะเป็นสไตล์ที่ตรงกันข้ามกับแบบ minimalist (แบบเรียบๆง่ายๆ ใช้สิ่งของแสดงงานน้อยชิ้น) เพระการตกแต่งแบบนี้เน้นความเลิศหรูสง่างามมากกว่าความเรียบง่าย เน้นสร้างสรรค์creativeในการออกแต่งห้อง แต่ถ้าเราอยากได้สไตล์ minimalist เราก็อาจต้องเลือกผ้าม่านที่ใช้ผ้าจำนวนน้อยอย่างเช่นม่านพับหรือม่านตาไก่และไม่ต้องเสริมม่านโปร่งหรือม่านหลุยส์ ใช้จำนวนเฟอร์นิเจอร์ในห้องน้อยและให้มีที่เดิน (space)กว้าง เน้นประสงค์การใช้งาน (function) มากกว่าซไตล์ หรือที่เรียกกันว่า “substance over style” สไตล์ minimalistจะเน้นการใช้ชีวิตประจำวันของเราและประโยชน์ที่เราได้จากสิ่งของในชีวิต ถ้าเราปกติไม่ต้องปรับแสงในบ้าน ไม่ได้สนใจว่าต้องให้ห้องเราต้องดูหวานอ่อนโยนหรือสวยหรู เราก็ไม่ต้องใช้ผ้าม่านโปร่ง สไตล์ minimalist จะเน้นการตกแต่งด้วยจำนวนเฟอร์นิเจอร์ที่น้อยที่สุด ถ้าเราไม่ค่อยใช้โต๊ะดืมกาแฟก็ไม่ต้องซื้อโต๊ะกาแฟ ถ้าปกติเราไม่ใช้ผ้าคลุมเตียงก็ไม่ต้องซื้อผ้ามาคลุมเตียง เป็นต้น สไตล์ดีไซน์แบบ minimalist จะเน้นที่ฟังก์ชั่นอย่างเดียว ไม่เน้นความหรูหราและกลับคิดว่าสิ่งที่เราไม่ได้ใช้คือสิ่งฟุ่มเฟือยและเปลืองไร้ประโยชน์

ปกติผมชอบสไตล์การออกแบบที่uniqueไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ในการนำสไตล์ศิลปะที่เป็นเอกลักษ์ของตัวเองมาตกแต่งบ้านนั้น เราต้องมีความสร้างสรรค์และความมั่นใจในartistic sense ของตัวเอง การออกแบบที่ทำให้ผู้อื่นที่แวะมาบ้านแล้วต้องทึ่งไปกับสไตล์การตกแต่งที่ประหลาดพิเศษและมีความสวยงามน่ารื่นรมย์ในขณะเดียวกัน ถ้าทำสำเร็จได้ก็จะมอบความพึงพอใจเรากับตัวเรามากกว่าแค่เลียนแบบสไตล์ผู้อื่น นั้นหมายความว่าเราต้องมั่นใจว่ารสนิยมการออกแบบและความสร้างสรรค์ของเรานั้นดีจริงสวยจริง มนุษย์เราทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์และไหวพริบศิลปะของตนเองแต่อยู่ที่ว่าเราได้ฝึกฝนใช้มันมากน้อยแค่ไหน ถ้าเราไม่ค่อยได้ฝึกเลยก็จะทำให้เราขาดความมั่นใจและไม่กล้าตัดสินเองว่าจะออกแบบห้องและบ้านของเราอย่างไร การตัดสินใจเลือกผ้าม่านควรที่จะเข้ากันกับแนวการตกแต่งบ้านของเราและเพิ่มคุณภาพชีวิตของเรา

อีกอย่างที่ต้องคำนึงถึงคือถ้าเราเลือกสไตล์การตกแต่งบ้านแล้วคือไม่ควรที่จะยึดติดก้บมันมากเกินไปและถูกสไตล์ที่เราได้เลือกนั้นบังคับให้เราต้องใช้สิ่งที่ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขสบายกับการอยู่บ้าน อย่างเช่นถ้าเราเลือกสไตล์การตกแต่งแบบ 1950 midcentury นั้นจะเน้นออกแบบด้วยสิ่งของประดิษฐ์ของนักออกแบบชื่อดัง บางทีสิ่งที่สร้างโดยดีไซเนอร์ชื่อดังอาจแพงกว่าสิ่งของทั่วไป ถ้าเราอยากได้ดีไซน์นั้นและมีความสุขกับดีไซน์นั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเราไม่ได้ชอบสิ่งของเฟอร์นิเจอร์แบบหนึ่งของเขาเราก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องใช้แบบนั้น บางทีเราอาจตัดสินใจแล้วว่าอยากออกแบบบ้านด้วยสไตล์ minimalist แต่เราอยากใช้ผ้าม่านโปร่งมาเสริมความซอฟต์ของหน้าต่างห้องหรือเพิ่มความส่วนตัวในการอยู่บ้านโดยที่ไม่ต้องปิดผ้าม่านเวลาอยู่ในห้อง เราก็สามารถเลือกใช้ผ้าม่านโปร่งมาเสริมlayerผ้าม่านได้ แม้แต่ผ้าโปร่งก็มีหลายชนิดหลายสไตล์ มีทั้งแบบผ้าโปร่งลายปัก ลายฉลุ ลายแฟนซีต่างๆ และก็มีแบบเรียบง่ายเป็นสีพื้นไม่มีลาย (minimal style) สุดท้ายแล้วการยึดติดกับสไตล์ใดสไตล์หนึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การตกแต่งบ้านที่ดูสบายตาน่าอยู่สำหรับเราจะต้องสำคัญกว่า ในที่สุดแล้วเราควรที่จะเลือกตกแต่งบ้านที่มอบความสุขให้กับตัวเรามากที่สุด ไม่ว่าจะใช้สไตล์การตกแต่งแบบใดหรือผสมผสานสไตล์ (fusion)แบบไหน ถูกไหมครับ

ร้านผ้าม่าน แฟบริค พลัส อยู่พาหุรัด ขายผ้าม่านแบรนด์ เอทีเอ็ม เดคอร์ มีโชว์รูมโชว์ให้ลูกค้าได้สัมผัสผ้าและเห็นม่านแบบเต็มๆ มีผ้าม่านโชว์เป็นม้วนๆ มีแบบอย่างผ้าม่านให้ชมมากมาย เรานำเข้าเอง ขายส่งทั่วประเทศ เราจำหน่ายทั้งผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตรเช่นเดียวกันกับผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร มีผ้าม่านสวยๆทั้งแบบลายเรียบ ลายดอกไม้ ลายวินเทจ ลายหลุยส์ ลายปัก ลายฉลุและอื่นๆอีกมากมาย มีให้เลือกหลายชนิด มีทั้งผ้าม่านกันยูีวี ผ้าม่านซาติน ผ้ากันแสง ผ้าม่านเชคการ์ด ผ้าม่านคอตต้อน ผ้าม่านโปร่ง เรามีบริการตัดเย็บและติดตั้งผ้าม่านให้ครบ ช่างเราฝีมือปราณีตและมีประสบการติดตั้งผ้าม่านสูง

ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :